วันที่ 2 ม.ค.51
^^b วันนี้เป็น ไฮไลท์ของทริปนี้เลยก็ว่าได้
ไปสถานีโตเกียวตั้งแต่เช้า เพื่อจะไปพระราชวังอิมพีเรียล ถึงสถานีโตเกียวเจ็ดโมงครึ่ง
แล้วก็เดินหามารุโนจิ central exit ออกมาก็มองหาที่ๆ มีต้นไม้ เยอะๆ คือสวนของพระราชวังอิมพีเรียลค่ะ
เดินไปก็จะเห็นนักศึกษาใส่เสื้อคอตั้งสีดำแหกปากร้องเพลงตีกลองกัน เสียงดังฮึกเหิม
(นึกถึงชมรมเชียร์ที่เคยอ่านในการ์ตูนเลย55)
พอไปถึงประตูทางเข้าสวนก็เห็นเขาตั้งแถวกัน แต่ยังไมรู้ว่าเค้าตั้งแถวทำอะไร
ตำรวจเห็นโยกับเพื่อนก็บอกให้ไปเข้าแถว(เอ่อ ก็ไปเข้าแถวแบบเอ๋อๆ ยังงงอยู่ว่าเข้าทำไม55)
แปดโมงกว่าๆจึงให้ทยอยเดินเข้าไปด้านใน ตรวจสิ่งของ ห้ามนำน้ำเข้าไป เดินต่อไปอีกจะมีแบ่งช่องกั้นสายผ้าไว้เป็นล็อคๆ แถวนิจิโยเป็นแถวแรกเลย (แต่ละล็อคคือจำนวนคนที่เข้าไปถวายพระพรด้านในได้ในแต่ละรอบ ^^ โยรอบแรกเลย ประเดิม เหอ เหอ)
พอถึงคิวล็อคแรกก็จะมีขบวนธงนำหน้า พาเดินเข้าไปด้านใน ค่อยๆ กระดึ๊บๆไป(หอยทากยังเดินเร็วกว่าจริงๆค่ะ55) จนกระทั่งไปถึงลานกว้างด้านใน(สามารถถ่ายภาพพระบรมฉายาลักษณ์สมเด็จพระจักรพรรดิ์และพระราชวงศ์ได้นะค่ะ)
==" รู้สึกทะแม่งๆเล็กน้อย เพราะเราจะเคยเห็นแต่ประชาชนคนไทยเวลาเข้าเฝ้าฯ หรือ รับเสด็จฯ ตะโกน "ทรงพระเจริญ" กันกึกก้องใช่ไหมค่ะ อันนี้แบบ ทุกคนมัวแต่ถ่ายภาพฯ กัน มีตะโกน บันไซ ทสึโก๊ย กันไม่กี่คนเอง
^^b ช่วยตะโกนเหมือนกันนะ55
เสร็จจากนั้นแวะซื้อข้าวกล่องที่สถานีโตเกียว นั่งรถไฟไปสถานีนากาเมงุโระ เดินเล่นริมแม่น้ำเมงุโระ ก่อนจะไปนั่งกินข้าวกล่องที่สวนสาธารณะไซโกยามา Review คราวนี้ไปมาจริงๆค่ะ55
แม่น้ำเมงุโระ ^^ มีแต่ต้นซากุระทั้งนั้นเลย ถ้าได้มาฤดูใบไม้ผลิคงสวยจะสวยมากกก
เดินไปเรื่อยๆ จนเห็นสะพานแบบนี้ค่ะ
เลี้ยวขวาเดินขึ้นเนินไปเรื่อยๆ จนเจอป้ายหิน
นี่คือป้ายสวนสาธารณะไซโกยามาค่ะ
แล้วก็เปิดข้าวกล่องมานั่งทานกัน ท่ามกลางแสงแดดอุ่นๆ >w< มีความสุข
^^ พอไม่หนาวโยกับเพื่อนก็เลยกระดี้กระด้าถ่ายรูปกันสนุกสนานมากค่ะ 55
มีทางกลับสองทางคือ เดินลงเขาไปอีกทางจะสามารถไปชิบุยะได้ค่ะ
^^ แต่โยเลือกย้อนกลับไปสถานีนากาเมงุโระแล้ว นั่ง Hibiya line ไปรอปปงงิ ฮิลล์
= = พอไปถึงรอปปงิ ฮิลล์ ปรากฎว่า เมฆครึ้มไม่มีแดด อากาศก็เย็นมาก ซ้ำลมยังแรง
ไม่ได้ถ่ายรูปเลยค่ะ หนาวจนไม่อยากอยู่นอกอาคาร55 ^^b วิวสวยมากๆเลยค่ะ
ไม่พลาดที่จะหาอะไรทานที่รปปงงิ ร้านอาหารเยอะมากกกก แต่ตัดสินใจทานอันนี้กันค่ะ55
ข้าวห่อไข่(ไม่ค่อยอร่อยเท่าไหร่)
กะฮายาชิไรซ์ (ไม่อร่อยยิ่งกว่า)
(ใครอยากกินข้าวห่อไข่แนะนำให้ไปกินร้านApple Tree หน้าสถานีเมจิ จินกุเมะ ที่ฮาราจุกุ นะค่ะ
วันนั้นไปเห็นคนต่อคิวยาวมากกกก เลยไม่ได้กิน)
กินข้าวเสร็จ ไปเดินมารุอิ ที่สถานีอุเอโนะ แวะซื้อพุดดิ้งพาสเทลมาลองกินดู
เพราะเคยอ่านเจอใน Ray บอกว่าอร่อย(^w^ อร่อยมากๆ ท่านใดที่เคยกินคัสตาร์ดนากามูระ
แล้วว่าอร่อย ของพาสเทลอร่อยกว่าจริงๆน้า พาสเทลมีที่มารุอิทุกสาขาค่ะ)
แล้วก็กลับที่พัก ตอนเย็นก็ตั้งใจว่าจะไปเดินซื้อของฝากกลับเมืองไทย
ดูแผนที่ซุปเปอร์เรียบร้อยแล้วก็ออกเดินทาง
แต่ปรากฏไม่เจอซุปเปอร์ กลับไปดูแผนที่ใหม่ แล้วเดินทางต่อ
เดินไปไม่รู้ว่านานแค่ไหนก็ไปเจอสี่แยก ก็เห็นป้ายห้างนึงอยู่ลิบๆ
ใจชื้นขึ้นมาหน่อย เดินลัลล้าไปสักพักก็เจอสถานีรถไฟใต้ดิน ดูป้ายสถานี
"คินชิโจ" =w=!! "เฮ๊ย นี่มันสถานีที่เรามากินบุฟเฟต์เค้กวันแรกนี่นา
อย่างฮาคับ พี่น้อง ไม่คิดว่ามันจะใกล้กันขนาดนี้55+
สรุปใช้เวลาเดินไป-กลับ ประมาณ 1 ชั่วโมง
(ถ้ามีจักรยานคงจะเวิรค์มากกกก)
___________________________________________
วันที่ 3 ม.ค. 51 วันสุดท้าย
ตื่นแต่เช้าเช่นเคย ไปสึกิจิว่าจะไปกินข้าวหน้าเนื้อ
==" สึกิจิร้างงงงงง
T^T เค้าปิด วันที่ 1-3 กัน
สรุปมาเที่ยวนี้ไม่ได้กินข้าวหน้าเนื้ออย่างที่ตั้งใจ
กลับไปกินข้าวหน้าเนื้อแถวสะพานอาสุมะ ที่อาซาคุสะแทน
จากนั้นก็เช็คเอาท์
พอดีรอเพื่อนเข้าห้องน้ำที่สถานีอุเอโนะ เลยจะโทรบอกที่บ้านว่ากำลังจะกลับวันนี้แล้ว
ค้นในกระเป๋า O_O!! จ๊ากกก ลืมมือถือไว้ที่โรงแรม
เลยให้เพื่อนรอที่อุเอโนะ เราวิ่งกลับไปเอามือถือคนเดียว
ไปถึงสถานีโตเกียว จองตั๋ว นาริตะเอ็กเพรส เรียบร้อย ว่าจะหาล็อคเกอร์ฝากกระเป๋า
ไปเดินเล่นที่ไหนสักที่ฆ่าเวลา
==" หาล็อคเกอร์ว่างๆ ไม่มี ที่รับฝากกระเป๋าก็แพงมาก เค้าคิดค่าฝากใบละ 500 เยน
สองใบก็ 1000 เยน แถมฝากแค่ไม่กี่ชั่วโมง
สรุปนั่งเล่นนอนเล่นในสถานีโตเกียวไม่ได้ไปไหนเลย55+
จากนั้นก็นั่งรถไปสนามบิน
ขึ้นเครื่องกลับ
-----------------------------------จบทริปด้วยประการฉะนี้-----------------------------------------
^^" ขออภัยที่ดองนานมากกก
และคาดว่าคงจะไม่ได้ทำภาคผนวก เพราะจากนี้ไปจะไม่มีเวลาว่าง
==" เนื่องด้วยปัจจัยทางธุรกิจ 55+
^^// หวังว่าจะได้พบกันในอีกไม่ช้านะค่ะ
ป.ล. ขอบใจน้องๆทุกคนที่มารดน้ำดำหัวนะจ๊ะ